Nangyoon-Kitchen

2005/Sep/21

ข้าวผัดกิมจิ ทำไม่ยากค่ะ

หรือไม่ยากเฉพาะพะยูนน้อยก้อไม่รู้นะ

แต่คุณสามีก้อชอบทาน รีเควสให้ทำอยู่บ่อย ๆ

วันนี้ก้อทำอีกแล้ว เลยถ่ายรูปวิธีทำมาแนะนำกัน

หลัก ๆ เลยก้อต้องมีกิมจิ

อันนี้ต้องดูด้วยนะคะ ว่ากิมจิที่เรามีรสชาติหนักไปทางไหน

เพราะข้าวผัดรสชาติจะออกมาตามรสกิมจินำมากกว่ารสที่เราปรุง

พะยูนน้อยใช้น้ำบีบน้ำกิมจิออกแยกเอาไว้ด้วยอ่ะนะคะ

เพราะถ้าน้ำกิมจิเยอะเกินไป จะทำให้ข้าวแฉะ

อีกอย่างรสกิมจิก้อจะนำ ทำให้ปรุงรสยาก

ส่วนเครื่องปรุงอื่น ๆ ก้อง่าย ๆ ค่ะ

คันจัง1/2 ชต, น้ำตาล 1/2-1 ชต, กระเทียมสับ

แค่นี้เองอ่ะ ง่ายไปป่าวเนี่ย

เริ่มด้วย เอากระเทียมลงไปเจียวให้หอม

ขอบอกก่อนว่าสูตรนี้ พะยูนน้อยทำเองตามความเหมาะสมอะนะคะ

พอดีแม่ครัวไทย ติดเจียวกระเทียมอ่ะค่ะ เหอ ๆ

(มันก้อหอมกระเทียมดีนะ)

เอากิมจิลงไปผัดกับกระเทียมให้เข้ากัน

แล้วก้อเติมเครื่องปรุง คันจัง น้ำตาล ลงไป

ถ้าแห้ง ให้ใส่น้ำกิมจิที่บีบออก แต่ระวังอย่าใส่มากเพราะจะแฉะ

ผัดสักพักให้เข้ากัน ตอนนี้จะชิมรสได้

ว่ากิมจิที่ปรุงรสชาติเป็นอย่างไร

หวานไป เค็มไป หรืออ่อนรสตรงไหน ก้อเติมได้ตามชอบค่ะ

แล้วก้อใส่ข้าวลงไปผัดให้เข้ากัน

อาจจะมีน้ำแฉะนิด ๆ นะคะ (อย่าให้ถึงกับแห้งผากตอนเอาข้าวลง)

ผัดไปสักพัก น้ำจะระเหย เข้าเนื้อพอดีกับข้าว

ถ้าแห้งมาก ข้าวจะแข็ง หรือน้ำเยอะไปก้อจะแฉะติดข้าว

เสร็จแล้ว ตักใส่จานพร้อมเสริฟ

หน้าตาจืด ๆ ไปหน่อย

เพราะคุณสามีไม่ชอบให้ใส่เนื้ออะไรลงไป

แต่ถ้าชอบก้อจะใส่เนื้อหั่นสไลด์ลงไปด้วยก้อได้นะคะ

สำหรับคุณสามี ขอไข่ดาวโปะหน้านึงฟอง

แต่ถ้าไม่พอใจ ก้อจะรีเควสอีกหนึ่งฟองทีหลัง เหอๆ

จานนี้ทำไม่ยาก ใครชอบกินกิมจิ

ลองทำกินดูนะคะ รสชาติจะเปรี้ยวนำ เค็มนิด ๆ

อย่าลืมว่าถ้ากิมจิอร่อยก้อโอเคแล้ว

กิมจิรสชาติดีมาก ๆ ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลยก้อได้ค่ะ

2005/Sep/20

ฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วงเนี่ย

จะมีเต็นท์ขายอาหารเปิดกันเยอะเชียว

หนึ่งในอาหารที่นิยมกันก้อคือ กุ้งกูอี

(เคยเขียนลงที่บ้านเก่า เซฟไว้ แต่ไฟล์เจ๊งตามคอมเก่าไปแล้วอ่า)

ไปกินที่ร้านตกกิโลละประมาณ 3 หมื่นวอน แพงเอาการ

พอดีคุณแม่สามีซื้อกุ้งมาไว้ เลยเสนอทำให้คุณสามีทานซะเลย

.

.

มาดูกันว่าทำยังไง

เริ่มด้วยเอาฟลอยรองกะทะ พะยูนน้อยรองไป 2 ชั้น(เพื่อความเร็ว)

แล้วก้อใส่เกลือลงไปเกลี่ยให้ทั่ว จะเป็นเกลือทะเลเม็ดโต ๆ อ่ะค่ะ

ให้หนานิดนึง บางเกินไปจะไหม้ติดฟลอยเร็ว

หลังจากที่ตั้งไฟเกลือจนระอุสักพักแล้ว ก้อใส่น้องกุ้งลงไปให้ทั่วค่ะ

(อย่าใส่เร็วเกินไป เพราะเกลือจะยังร่วนอยู่ ทำให้ติดตัวกุ้ง

จะทำให้กุ้งติดรสเค็มมากเกินไปอ่ะค่ะ)

ตอนไปกินที่ร้าน น้องกุ้งจะยังเป็น ๆ ใส่ลงไปกระโดดโหย๋ง ๆ

ต้องรีบปิดฝากันแทบไม่ทัน แต่ทำเองที่บ้านใช้กุ้งซี้แล้ว

เลยไม่ต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจ เหอ ๆ

แต่ก้อขอปิดฝาซะหน่อย ก้อตอนกินที่ร้านเค้าปิดฝาด้วยนี่นา เหอๆ

พอปิดแล้วจะเห็นเลยว่าไอน้ำออกจากตัวกุ้งมาก

สักพักก้อต้องเปิดไล่ไอน้ำออก แบบว่าเร่งรัด ๆ ให้มันแห้งเร็ว ๆ

น้องกุ้งเริ่มเปลี่ยนสี คอยเกลี่ย ๆ กลับ ๆ ด้านบ้าง

ตอนนี้น้องเกลือที่นอนรองอยู่ด้านล่าง ก้อจะช่วยซับน้ำจากน้องกุ้ง

ช่วยให้น้องกุ้งแห้งเร็วขึ้น ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน (รึเหม็นควันหว่า!!)

ได้แล้ว น้องกุ้งสีสดใส เรียกร้องให้เอาไปหม่ำ ๆ ได้

ถ้ากินที่ร้านนี่จะแบบว่า จกออกมาจากกะทะ แล้วแกะกินเลย

มันก้อจะร้อน ๆ แต่ทำเองที่บ้านก้อคงต้องบ๊ายบายกะทะ อ่ะนะ

ใส่จานเอามากินหน้าทีวีจะสะดวกกว่า

ความจริงคือ คุณสามีไม่ยอมกระดิกตัวไปไหนเลยต่างหาก เหอๆ

ไหน ๆ เผาแล้วก้อขอต่ออีกหน่อยเหอะ

ทำให้เสร็จแล้วไม่พอ ยังต้องมานั่งแกะให้อีกอ่ะ

แต่ก้อยังดีนะที่หยิบกินเอง เหอะ

กินกับซอส โช่โคชูจัง หรือซอสที่ใช้จิ้มกับซีฟู๊ดสด ๆ นั่นเอง

เอ...เคยเห็นกันรึป่าวหว่า

พะยูนน้อยว่ารสชาติมันโอเคดีนะ คล้าย ๆ สุกี้นิด ๆ อ่ะค่ะ

แต่แบบว่าเข้มข้นกว่า ๆ

ส่วนน้องเกลือ ก้อจะแข็งแห้งติดกับฟลอย

ฟลอยก้อไม่ติดกะทะนะ ยกฟลอยออกจากกะทะ

เอาไปทิ้งทั้งดุ้นได้เลย ทำความสะอาดง่ายดีด้วยอ่ะค่ะ

คุณสามีว่า รสชาติไม่เหมือนที่กินที่ร้าน

เพราะกุ้งไม่สด (ต้องให้กระโดดโหย๋ง ๆ ในกะทะรึไงอ่ะ)

แต่ก้อกินได้ เอาไว้ซื้อมาทำอีก เพราะถูกกว่ากินที่ร้านเยอะเลย

ใครว่างก้อลองทำทานกันดูนะคะ

อาจจะมีควัน ๆ นิดนึง แต่ถ้าเป็นครัวที่ไทยคงไม่มีปัญหา

พอดีที่บ้านเป็นลักษณะห้องชุด ควันเลยอบอวล ๆ หน่อย

หรือลองหาซื้อซอสโช่โคชูจัง มาจิ้มอาหารทานดู

เผื่อจะติดใจรสชาตินะคะ ^^