Nangyoon-Life

2006/Jul/31

อยากเขียนหนังสือไม๊ "

คุ้น ๆ ว่าพี่ลี่เคยเอ่ยปากถามแบบนี้ ตั้งแต่คราวที่ได้รู้จักกันใหม่ ๆ

ใจน่ะอยากเขียน เพราะเป็นคนชอบเขียน

สมัยเรียนมัธยม ช่วงนั้นหนังสือกลอนกำลังฮิต ไอ้เราเองก็ไม่ได้

เจ้าคารมคำหอกอะไร แต่ก็เขียนกลอนเก็บไว้ได้เป็นเล่ม ๆ

จำชื่อสำนักพิมพ์หนังสือประเภทกลอนที่ดัง ๆ สมัยนั้นได้แม่น

เพ้อเจ้อไปว่าจะเขียนเยอะ ๆ แล้วส่งงานไปบ้าง เผื่อจะได้ตีพิมพ์

แต่ก็ไม่เคยส่ง .... !

คุ้น ๆ ว่าตอบพี่ลี่ไปว่าอยากเขียน แล้วจะลองเขียนส่งให้พี่ลี่อ่านดู

แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้เขียนเป็นจริงเป็นจังสักที.... !!

เวลาผ่านไป ได้เห็นผลงานของของพี่ น้อง เพื่อนพ้องที่รู้จัก

ได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม สร้างความฝันของคนรักการเขียน

ให้สำเร็จไปหลายต่อหลายคน ก็ทำให้รู้สึกว่าเราน่าจะเขียนได้เป็น

เล่ม ๆ แบบเค้าบ้างนะ .... หลัง ๆ นี่ฝันเฟื่องเพ้อเจ้อไปถึงจะแปลหนัง

แปลหนังสือ แบ่งปันให้เพื่อนๆ ที่ไทยได้รับอรรถรสเดียวกันบ้าง

แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้เริ่มเขียนอยู่ดี ... !!

เมื่อเวลาผ่านไปเป็นปี

และแล้วโอกาสก็เดินวนมาเคาะประตูบ้านอีกครั้ง

พี่ลี่คนเดิม ส่งข้อความมาทักทาย ในความหมายเดิม

" อยากเขียนหนังสือไม๊ "

ทุกอย่างในความรู้สึกก็ยังคงเหมือนเดิม

ใจน่ะอยากเขียน อยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง

ถึงแม้จะไม่ได้เขียนเก่งอะไรมากมาย แต่ก็อยากเขียน

เพียงแต่วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น ตรงที่พะยูนน้อยไม่ใช่แค่คุยกับพี่ลี่

แล้วจบไป ... ไม่ใช่พบเจอความสำเร็จของใคร ๆ แล้วมานั่งนึกฝัน

แต่วันนี้พะยูนน้อยได้ลงมือเขียนแล้วจริง ๆ .... !!!

คนบางคนไร้ซึ่งโอกาส

ในขณะที่บางคนอาจมีโอกาสเดินผ่านมาเคาะประตูเสนอตัวบ่อยครั้ง

ผลมันจะต่างกันก็ขึ้นอยู่ที่ว่า

เราจะแค่เปิดประตูพูดคุยทักทายแล้วปล่อยให้โอกาสผ่านไป

หรือเราจะเปิดประตูรับโอกาสนั้นไว้กับตัว

.

.

และโอกาสที่พะยูนน้อยไม่ปล่อยให้ผ่านไป

ก็สำเร็จ เสร็จออกมา หน้าตา สีสันสดใส แบบนี้ ^^

คำโปรยบนหน้าปก คิดได้ตอนเดินช็อปปิ้งในสยาม

เมื่อวันที่นัดเจอเพื่อนพ้องน้องพี่ไดอีส ที่ตรอกข้าวสารไง

ขอบคุณพี่ลี่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ทั้งโอกาส ที่หยิบยื่นให้

และทุกความเคลื่อนไหว ที่พี่สรรสร้าง จนมันเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้

พะยูนน้อยช่วยพี่ลี่ทำแบบปกหลังด้วยล่ะ ^^

พะยูนน้อยทำสำเร็จแล้ว

ได้ลงมือเขียน จนสำเร็จเป็นรูปเล่มแล้ว

แต่หนังสือ ไม่ได้เสร็จแค่คนเขียน และคนทำ

หากแต่หนังสือจะเป็นหนังสือครบพร้อม ก็เมื่อได้มีคนเปิดอ่าน

หวังว่าหนังสือเล่มนี้ จะมีโอกาสได้ผ่านมือ ผ่านตา เพื่อน ๆ บ้างนะคะ

อย่างที่บอกว่าไม่ได้เขียนเก่ง เขียนดีอะไร

แต่อยากเขียน อยากเล่า อยากแบ่งปัน

พะยูนน้อยทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ที่เหลือก็ฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ด้วยนะคะ ^^

2005/Sep/19

อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีไรทำ

ก้อคิดแต่เรื่องกิน ๆ ๆ

วันนี้กินข้าวจริง ๆ จัง ๆ กันไปแค่มื้อเดียวเอง

ออกไปล้างรถแบบ self service

วันนี้คนไปล้างกันเยอะเชียว

หารู้ไม่ว่าฝนจะตกอีก เหอ ๆ

(เคยเขียนเรื่องการล้างรถแบบ self service

ที่เกาหลีแล้วที่บ้านเก่า แต่เอาไว้จะเขียนอีกทีละกัน)

แล้วก้อไปซื้อของที่ล็อตเต้มาร์ทกัน

เมื่อวานก้อไปมาหนนึง แต่หน้าแตกกลับมา

เพราะต่างก้อลืมกันว่า ชูซ็อก ที่ไหน ๆ เค้าก้อปิดหมด

ทั้งมาร์ทใหญ่ ๆ หรือ ห้างใหญ่ ห้างเล็ก ปิดกันไปหมด

ซื้อของเสร็จก้อแวะกินโช่พับในนั้น จนอิ่มแปร้

กลับมาบ้านคุณสามีก้อยังไม่วายเรียกหาของกิน

ผลไม้ทั้งหลายแหล่ ที่คุณแม่สามีซื้อมาตุนไว้

ก้อได้กินกันเต็มที่วันนี้ล่ะ

ยังไม่พอ ผลไม้มันจะไปอยู่ท้องอะไร

ต้องอาหารคาวซิ ถึงจะดี

วันนี้เลยได้เดินเข้าครัว

ทำอะไรต่อมิอะไรให้คุณสามีกินทั้งวัน

เริ่มด้วยกุ้งกูอี ทำตามแบบที่เคยไปกินที่ร้านมา

ทำไม่ยาก แต่เกลือบ้านเราเค็มไปหน่อย เหอๆ

สักพักก้อเรียกหาข้าว

รีเควสข้าวผัดกิมจิ โปะไข่ดาว

ไมได้ทำมานานรสชาติเป็นไงไม่รู้

แต่กินหมดนี่ก้อเป็นอันใช่ได้ละนะ เหอๆ

ปิดท้ายรอบหัวค่ำ ด้วยราป็อกกี้

ทำเหมือนต็อกป็อกกี้ แต่ใช้เส้นรามยอนแทน

นี่ก้อไม่ได้ทำนานแล้ว เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักนึง

หน้าตาออกมาไม่เหมือนที่เคยทำเลยแฮะ

ที่สำคัญรสชาติก้อไม่เหมือนด้วย

มันไม่เผ็ดเหมือนที่เคยทำ คิดไปคิดมา ก้ออ๋อ

เพราะเราลืมใส่พริกป่นนี่เอง เหอๆ

เขียนวิธีทำเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เอาลงบลอก

เดี๊ยวเปิด catagory เพิ่มอีกอันดีกว่า

ใครสนใจอาหารลูกมั่วพะยูนน้อยก้อคลิ้กดูที่

Nangyoon -Kitchen ได้นะคะ

โฆษณาไว้ก่อน เหอ ๆ

พะยูนน้อย

2005/Sep/18

ชูซ็อกปีนี้

พะยูนน้อยได้ของขวัญของกำนัลหลายชิ้นทีเดียวค่ะ

เพราะได้เริ่มเข้าสู่อีกสังคมนึง นั่นคือที่ทำงานเลยทำให้

มีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ จากที่นั่นมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ชิ้นแรก เป็นของวอนจังนิมกับภรรยา (เจ้าของสถาบันนะค่ะ)

เป็น Best Seller พ็อกเก็จบุ๊คเล่มเล็ก ๆ แต่น่ารัก

ชื่อเรื่องภาษาเกาหลี 사랑은 무엇으로 사는가?

ชื่อภาษาอังกฤษ What Men Live By

ส่วนซองขาวนั่นไม่ได้โดนไล่ออกนะ เหอ ๆ

แต่เป็นเงินจำนวนนึง พะยูนน้อยคิดว่าให้เยอะนะ

เพราะตอนสัมภาษณ์งานก้อบอกกันไว้ก่อนแล้ว

ว่าทำงานที่นี่ไม่มีเงินพิเศษ ไม่มีโบนัสให้นะ

แต่พอเอาเข้าจริงวันพิเศษ ๆ อย่างนี้

ก้อมีเงินก้นถุงให้เหมือนกัน

감사합니다~~~

.

.

กลับมาบ้านพะยูนน้อยก้อเอามาให้ต่อคุณแม่สามีเป็นของขวัญ

พอเอามาให้แล้ว ตัวเองกลับรู้สึกว่าน้อยไปรึป่าวนะ???

เช้านี้ คุณแม่สามีออกไปช็อปของกินเข้าบ้านใหญ่

ทั้งอาหารคาว หวาน ผลไม้ บอกว่าเอาเงินที่ให้มาไปซื้อ

พอเห็นของแล้วก้อ เออนะ ....

มันก้อไม่น้อยจริง ๆ นั่นแหละ เหอ ๆ

ชิ้นนี้ของผู้ปกครองนักเรียนคนนึง

เป็น Gift Set ผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทแอคยอง

เอามาให้ก้อทั้งขอโทษที่ลูกสาวเค้าต้องเคี่ยวเข็ญเยอะ

และขอบคุณที่เราช่วยเอาใจใส่ลูกสาวเค้า

จะว่าไปเด็กคนนี้ ตอนนี้ก้อตั้งใจเรียนมากขึ้น

หลัก ๆ คิดว่าเพราะตัวเด็กเอง ที่ใส่ใจและสนใจที่จะเรียน

ไม่ติดเล่น หรือ ใจลอยเหมือนตอนแรก ๆ

ผลดีเลยมาตกอยู่กับครูไปซะนี่

ผู้ปกครองอีกคนมาเป็น บัตรของขวัญ (หน้าตาแบบนี้)

เอาไปแลกซื้อสินค้าได้ ตอนแรกใส่ซองมาก้อไม่ได้สนใจ

ว่าอะไร เท่าไหร่ แต่พอกลับมาเปิดดูที่บ้านก้อตกใจ

เพราะรู้สึกว่ามันเยอะ ถึงจะไม่ใช่ตัวเงินจริง ๆ ก้อเถอะ

คงเพราะลูกเค้ามาเรียนที่สถานบันทั้ง 3 คน

แถมเรียนกับพะยูนน้อยครบทั้ง 3 คนด้วยละมั้ง

เด็กตั้งใจเรียน และหัวดีกันอยู่แล้ว

เราเลยไม่ได้เคี่ยวเข็ญหรือต้องทำอะไรมาก

รับมามาก ๆ แบบนี้ รู้สึกไม่ค่อยดีไงไม่รู้

(เก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่ใช้หมด สวยดีด้วยอ่ะค่ะ)

ชิ้นนี้เป็น เสื้อยืด กับ ถุงเท้า (เด็กบอกถุงเท้าเค้าแถมมา เหอๆ)

ของขวัญจากนักเรียนม.1 ห้อง B กลุ่มนึง

คือห้องนี้จะมีทั้งหมด 16 คนอะนะคะ กลุ่มนี้จะแค่ 5 คน

เค้าคงรวมกันซื้อมาให้ น่ารักกันจริง

เด็กกลุ่มนี้พยายามหัดพูดภาษาไทยด้วยนะ

ให้สอนวันละประโยค ทำไปทำมา จำภาษาไทยได้ดี

กว่าภาษาอังกฤษที่เรียนเป็นหลักซะอีกนะเนี่ย เหอ ๆ

ชิ้นสุดท้าย จากคุณสามีค่ะ ^^

ไปดูหนังที่ห้างเปิดใหม่กัน แล้วมี Fasion Outlet ด้วย

เลยเดิน ๆ ดู ได้เสื้อนีตติ้งสีส้มปูนแขนยาว ตัวนี้มา

(ยี่ห้อเดียวกับของนักเรียน แถมได้ถุงเท้าแถมเหมือนกันด้วย)

ใช้บัตรของขวัญที่ได้มาซื้อ แต่เค้าไม่ให้ใช้ทั้งหมด

คุณสามีเลยออกส่วนต่างให้ ขอบคุณค่า

หยุดยาวถึงวันจันทร์

แฮปปี้ตั้งแต่เริ่มวันหยุดแบบนี้ดีจัง

ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ขอให้อาการเปื่อยของตัวเอง

หายเป็นปลิดทิ้งเร็ว ๆ สักทีเถิด

เปิดไปทำงาน จะได้ทำงานอย่างเต็มที่

ให้สมกับที่รับน้ำใจของทุกคนมา

พะยูนน้อย

บันทึกย้อนหลัง 17/09/2005