Nangyoon-Life

2005/Sep/16

เมื่ออาการเปื่อยเริ่มทุเลา พอจะนั่งหน้าคอม

จับเมาส์ เคาะแป้นคีย์บอร์ดได้

โลกออนไลน์ก้อกลับเข้าสู่วัฎจักรของชีวิต(อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)

ทำให้เกิดการกระตุ้นต่อมให้อยากเขียนถึงขึ้นมาอีกครั้ง

.

ก้อบ้านเก่าน่ะซิ

ตั้งใจว่าจะไม่พูดถึง ไม่วิพากษ์วิจารณ์อะไรแล้ว

แต่ก้ออย่างว่าแหละ

ความทรงจำ 2 ปีกว่า กับเรื่องทำลายความรู้สึกครั้งใหญ่

ที่ติดค้างอยู่ในหัวจัยยยยย แบบนี้

ปล่อยให้มันผ่านไปเฉย ๆ ก้อจะดู FAKE กันเกินไปนิด

ไม่ได้จะออกมาพูดว่าใครถูกใครผิดหรอกนะคะ

เพราะคงไม่ได้มีหลักมีการวิเคราะห์อะไรได้ดี

นอกไปจากเอาสมองและความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง

พอดีอ่านบลอกน้องโต้งแนะนำบลอกของคนนี้มา

เข้าไปอ่านแล้ว มันก้อใช่อย่างนั้นจริง ๆ ใครอยากรู้

ก้อลองคลิ้กไปดูกันที่นี่

http://loft.exteen.com/20050911/crisis-management-3-1#comment-19

โดยส่วนตัว

เสียดายไดอารี่ทั้งหมดที่ยังไม่ได้เซฟเอาไว้

มีไดเก่าที่แบ็คอัพไว้อยู่เหมือนกัน (แต่เป็นของปีที่แล้ว)

นอกจากนั้น ก้อยังเสียดายความทรงจำดี ๆ ผ่านคอมเมนท์

จากเพื่อน ๆ ที่มีให้กันเสมอมาตลอดระยะเวลานับปี

.

.

ข้อมูลไม่ได้หายไปไหน พะยูนน้อยเชื่อว่าอย่างนั้น

เพราะยังสามารถเปิดหน้าเว็บบอร์ด (ใครว่างก้อเข้าไปดูได้)

http://www.diaryhub.com/community/board

ให้คนเข้าไปเขียนวิพากษ์วิจารณ์กันได้อยู่

แล้วพะยูนน้อยก้อยังสามารถเปิดดูหน้าเว็บเพจและอัลบั้มรูป

ของพะยูนน้อยเองได้ปกติ แต่ไม่สามารถเปิดหน้าไดอารี่ได้

เบาใจได้ว่าข้อมูลยังอยู่ (เชื่อว่าครบถ้วนบริบูรณ์ดี)

เพียงแต่เค้าบล็อกเอาไว้ ไม่ให้เราเข้าไปทำอะไรได้แค่นั้นเอง

ตอนแรกพะยูนน้อยก้อคิดนะ

ที่จะยินดีจ่ายเงินเพื่อให้เค้าไรท์ไดอารี่ลงแผ่นซีดี

เคยติดต่อผ่านอีเมล์เพื่อสอบถามเค้าเหมือนกัน

แต่ไม่ได้รับคำตอบอะไร จนได้มาคำตอบที่เว็บบอร์ดนี่แหละ

http://www.diaryhub.com/community/board/msg.php?bid=12159

(มีคอมเมนท์ของบก.ชี้แจงอยู่ด้วยลองเลื่อน ๆ ดู)

มาเป็นเอาแบบนี้มันไม่ใช่แล้วอ่ะ

เพราะมันหมายถึงทุกคนที่ต้องการข้อมูลของตัวเอง

ไม่ใช่แค่พะยูนน้อยเพียงคนเดียวแล้วไง

เอาเถอะ

.

.

หลายคนบอกว่า รอบ้านเก่าซ่อมเสร็จ

พะยูนน้อยก้อรอนะ รอดูบ้านเก่าซ่อมเสร็จ

หลายคนบอกว่า จะย้ายกลับไปบ้านเก่า

พะยูนน้อยบอกตรง ๆ ว่าไม่อยากอ่ะ

แต่ไม่ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่กลับไป

ตรง ๆ จากใจคือยึดติดกับมิตรภาพที่นั่น

แต่ในวันนี้ ณ ที่ตรงนี้ก้อเป็นคำตอบได้แล้วว่า

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ๆ มิตรภาพดี ๆ ก้อมีให้กันได้เสมอ

มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่เลยแม้แต่น้อย

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงยืนยันไม่ได้

ว่าจะกลับไปหรือไม่.......

2005/Sep/15

หลังจากหายไปหลายวัน

เนื่องจากอากาศเปื่อย เป็นไข้ ของพะยูนน้อยนั่นเอง

คุณสามีโดดงานมาพาไปโรงพยาบาลตอนสาย ๆ ของวันอังคาร

โดนหมอจิ้มตู๊ดไปนึงที ฮือ ๆ ไม่ชอบโดนฉีดยาเลยอ่า

ได้ยามากิน 3 วันเพื่อรอดูอาการ แล้วนัดมาตรวจอีกทีหลังยาหมด

แต่ทำไมรู้สึกว่ายิ่งกินยา ยิ่งไม่สบายตัวก้อไม่รู้

.

ตอนแรกไม่มีน้ำมูก แค่คัดจมูก หายใจไม่ถนัด

หลังกินยา --------------- น้ำมูกบาน (เช็ดน้ำมูกจนจมูกเปื่อย)

ตอนแรกตัวรุม ๆ สลับกับเย็น ๆ

หลังกินยา --------------- ตัวร้อนจี๋ (เผลอคิดไปว่าเป็นมนุษย์ไฟ)

ตอนแรก ไอลำบาก ไอทีก้อเจ็บจุกลิ้นปรี่

หลังกินยา --------------- ไอมากจนแสบคอ (แต่ไม่เจ็บลิ้นปรี่แล้ว)

ตอนแรก รู้สึกไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง

หลังกินยา-- ก้อยังไม่มีแรงอยู่ แต่บวกด้วยปวดหัวไปอีกหนึ่งอาการ

.

โดยช่วง 3 วันที่ไม่สบายหนัก ๆ อยู่นี่

ก้อยังคงต้องไปทำงาน สอนหนังสือตามปกติ (โอ้ ชีวิต)

เด็กไม่สบาย ขาดเรียนได้ แต่ครูไม่สบาย ขาดสอน ไม่ได้อ่ะ

เนื่องด้วย ครูคนใหม่ยังไม่มา คนสอนเลยพอดีจำนวนห้อง

สัปดาห์ก่อน Jim ไม่สบาย ก้อยังต้องฝืนสังขารตัวเองมาสอน

นี่ก้อแกล้งโบ้ยใส่ Jim ว่า ที่พะยูนน้อยไม่สบายเพราะ Jim แหง ๆ

หาแพะ ๆ เหอ ๆ

วันนี้อาการดีขึ้น(หน่อยนึง) เลยแว๊บมาบันทึกอาการตัวเองหน่อย

ดีขึ้นที่ว่า คือ ไม่ถึงกับไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ไม่ไอโครก ๆ (แต่ก้อไออยู่)

ปวดหัวมึน ๆ แต่ไม่มากเหมือนที่ผ่านมา

อยากหยุดนอนพักอยู่บ้านจัง

ไม่เคยไม่สบายแล้วต้องฝืนตัวเองไปเรียน หรือทำงานอะไรแบบนี้เลย

ไม่สบายคราวนี้ รู้ซึ้งถึงคำว่ารับผิดชอบต่อหน้าที่ ขึ้นมาซะอย่างงั้น

วันนี้วันพฤหัสแล้ว เหลืออีกแค่ 2 วัน ก้อจะวันหยุด

สัปดาห์นี้หยุดยาวถึงวันจันทร์ เนื่องในเทศกาล ชูซ็อก

ถ้าอากาศเปื่อยดีขึ้นช่วงวันหยุด

จะแวะมาเขียนถึงเทศกาลนี้ให้รู้จักกันนะคะ

.

คิดถึงทุกคนนะ

ดีใจที่เห็นเพื่อน ๆ อีกครั้งที่นี่

ถึงแม้ตอนนี้ favourite ของพะยูนน้อยจะไม่ครบร้อยเหมือนบ้านเก่า

แต่ก้อมากมายพอที่จะทำให้อุ่นใจ

ว่ามิตรภาพดี ๆ ของเราไม่ขาดหายไปไหน

ดีใจที่หากันเจอค่ะ

พะยูนน้อย

.

2005/Sep/11

เมื่อวานพะยูนน้อยบ่น ๆ ว่าไม่สบาย เจ็บคอ ๆ

กลัวว่าวันจันทร์ไปทำงานจะไม่ไหวเอา

จะไปหาหมอก้อติดว่าเป็นวันหยุดซะนี่

บ่นไปบ่นมา เลยไปลงเอาที่คุณสามีว่าเพราะมัวแต่ทำงาน

ทำให้ไม่มีเวลาพาภรรยาสุดที่ร้ากไปหาหมอ

แล้วก้อเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้

ตื่นมาอีกที คุณสามีหายค่ะ

.

.

ใจก้อคิดนะ ว่าออกไปซื้อยาให้เรารึป่าวเนี่ย

แต่ด้วยความที่คุณสามีไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้น

เลย 50-50 ไม่แน่ใจว่าหายออกไปไหนกันแน่

แต่พอคุณสามีกลับมาพร้อมกับยา 2 กล่อง

ก้อทำเอาคนป่วยอย่างพะยูนน้อยยิ้มออก

คุณสามีออกไปซื้อยามาให้จริง ๆ ด้วย

ที่นี่ถ้าซื้อยาโดยไม่มีใบสั่งแพทย์

ก้อจะซื้อได้แต่ยาแบบนี้แหละค่ะ

ถ้าเป็นที่ไทย เข้าไปบอกอาการเจ็บป่วย

"ปวดหัว มีน้ำมูก เจ็บคอ ไม่มีเสมหะ เป็นมา 3 วัน"

เภสัชกรก้อสามารถจัดยา ที่เรียกกันว่า ยาชุด

มาให้เราได้เลยไม่ต้องมีอะไรยุ่งยาก

สำหรับเกาหลีก้อมียาชุดเหมือนกัน

แต่เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น

ไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วก้อรับใบสั่งยามา

ซื้อยาที่ร้านขายยา แล้วเภสัชกรก้อจะจัดยาเป็นซอง ๆ

สำหรับทานในแต่ละครั้ง มาให้อย่างรูปที่เห็นนี่ล่ะค่ะ

ที่โรงพยาบาลก้อมีห้องยานะคะ

แต่จะเป็นยาที่ไม่อนุญาตให้มีจำหน่ายในร้ายขายยาเท่านั้น

นั่นก้อหมายความว่าส่วนใหญ่เวลาหาหมอเสร็จแล้ว

ต้องแวะไปร้านขายยาด้วยทำให้เกิดข้อสังเกตุได้เลยว่า

ถ้ามีร้านขายยาอยู่ตรงไหนแปลว่าแถวนั้นต้องมีคลีนิกแน่ ๆ

เคยไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วได้รับใบสั่งยาครั้งนึงค่ะ

เลยได้รู้ว่า ในใบสั่งยา ไม่ใช่แค่สั่งแค่ชื่อยาเท่านั้น

แต่ยังมีวงเล็บระบุว่าเป็นของบริษัทยาไหนอีกด้วย

แปลตรง ๆ ก้อคือหมอได้ค่าเปอร์เซนต์จากการสั่งยานั้น ๆ

พอดีมีญาติเปิดร้านขายยาที่ไทยค่ะ

ทำให้รู้ว่า ราคายาที่ซื้อแบบขายส่ง กับ ราคายาที่ขายปลีก

แตกต่างกันอย่างมาก ไม่ใช่ได้กำไรแค่ 3 บาท 5 บาท

แต่ได้กำไรไปเป็นหลักสิบบาทเลยทีเดียว

บางที่ขายตามราคาข้างกล่องเต็มๆ

บางที่ขายถูกกว่าราคาข้างกล่อง (แต่ก้อยังได้กำไรเยอะอยู่ดี)

**ต้องขออภัยหากข้อมูลผิดพลาด แต่เคยพบมาแบบนี้จริง ๆ**

ทางที่ดี ไม่ต้องมีใครเจ็บใครป่วย

ต้องไปหาหมอ ซื้อยา กันเลยจะดีกว่า

สุขภาพแข็งแรงกันทุกคน (รวมทั้งตัวข้าพเจ้าด้วย)

เอ๊ะ.... มีหมอแวะมาอ่านรึป่าวคะเนี่ย เหอๆ

ขอบคุณค่ะสำหรับยา*^^*


edit @ 2005/09/11 13:33:54