2006/Sep/26

ทำไมไดอีสเข้าไม่ได้ก็ไม่รู้

เปิดเว็บดูนู่นดูนี่อยู่นาน จนเสียตังค์สั่งซื้อโค๊ทไปตัวละ

ก็ยังเข้าไดอีสไม่ได้ แง่ม ๆ

เลยไปหาที่อัพไดประจำวันที่อื่นไปพลาง ๆเหอ

เช้าไปส่งคุณสามีกลับมาแล้วก็ทำความสะอาดบ้านอีกหน

ทั้งที่เมื่อวาน ก็ทำเต็มที่ไปทีนึงแล้วนะ แต่ไม่รู้ฝุ่นมันมาจากไหนหนัก

ไม่ได้เปิดเปิดหน้าต่างไว้ตลอดทั้งวันด้วยซ้ำ

แค่เปิดแป๊บ ๆ แต่ฝุ่นก็เยอะ จนเวลาเดินรู้สึกได้เลยว่าติดเท้า

ข้อดีของการไม่ได้ใส่รองเท้าผ้าในบ้านก็ตรงนี้แหละ เหอ ๆ (

คุณแม่สามีกลับเข้าบ้านมาตอน 10 โมงพอดีเป๊ะเลย)

เสร็จธุระ และกิจกรรมประจำวันในบ้านแล้ว

ก็ออกไปทำธุระนอกบ้าน วันนี้ออกจากบ้านเร็วหน่อย

ไปเอาเงินเข้าบัญชีบ้าน แล้วก็เอากางเกงคุณสามีไปแก้

ที่เพิ่งสั่งซื้อไปนั่นแหละ มาส่งตั้งแต่ศุกร์ที่แล้ว

คุณสามีก็ตามเคย อยากให้เอาไปทำเร็ว ๆ อยากได้เร็ว ๆ

เห่อของใหม่ อยากใส่เร็ว ๆ ว่างั้นเถอะ

เอาไปทิ้งให้ร้านประจำทำตั้งแต่คืนวันศุกร์ แล้ววันเสาร์ก็ไปเอา

แต่ปรากฎว่า ลืมเช็กแบบกางเกงดี ๆ วัดแต่ความยาวไป

กางเกงขากว้างกว่าตัวอื่น พอผ่าด้านข้างแล้วเลยทำให้ยิ่งกอง ๆ

สรุปก็ต้องเอาไปทำใหม่ เอาขึ้นอีกนิ้วนึง แล้วก็ปิดด้านข้างที่ผ่าด้วย

ไม่เข้าใจ ทำไมต้องเสียเวลา เสียเงิน ซ้ำซ้อน

กับการทำกางเกงตัวใหม่ของคุณสามีทุกทีซิน่า น่าเบื่อจริง ๆ

จะเอารถไปล้าง แต่ต้องรอหลายคิว เลยไว้เอาไปวันอื่นละกัน

รถคุณโส มาก ๆ เลยตอนนี้ ไม่ได้ล้างจะเป็นเดือนแล้วมั้ง

คุณสามีนั่นแหละ มัวแต่รอฝนจะตก ๆ อยู่ได้ ... น่าเบื่ออีกแล้ว

คุณลุงบอกว่าถ้าไม่มีเวลารอ วันหลังให้มาเร็ว ๆ

เพราะช่วงนี้คนจะเอามาให้ล้างเยอะ จะว่าไปก็จริงแหละ

นี่ถ้าไม่ใช่ว่าชูซ็อกต้องเดินทางไปไหน ก็คงไม่รีบเอามาล้างหรอก :p

ไม่ได้ล้างรถ เลยมีเวลาก่อนเข้างานเหลือเป็นชั่วโมง

ก็เลยไปดูเสื้อผ้า เผื่อจะซื้อเป็นของขวัญให้ใคร

แล้วก็หาอะไรกินซะหน่อย ไม่ได้กินเมนูนี้นานแล้ว

เมนูที่นึกขึ้นได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ

ดูซอสเยอะ ๆแต่พอคลุกข้าวแล้วก็พอดีกันแหละ

จานนี้เป็น ข้าวผัดห่อไข่กุ้งทอด (แซอูทวีกิม ออมึไรซ์)

อร่อยดีเหมือนกัน แต่ก็ออกเลี่ยน ๆ เหอ

นาน ๆ ทีอยากกินก็อร่อยดี แต่กินบ่อย ๆ คงไม่ไหวอ่ะ

ชอบเก้าอี้สวยดี

ประชุมประจำสัปดาห์วันนี้ได้ข้อสรุปเรื่องวันหยุดช่วงชูซ็อกแล้ว

เพราะโรงเรียนต่าง ๆ ประกาศออกมาแล้วว่าวันที่ 4 ให้เป็นวันหยุด

คือสัปดาห์หน้า

วันอังคารที่ 3 จะเป็นวัน สถาปนาประเทศเกาหลี

วันศุกร์ที่ 6 เป็นวันชูซ็อก แต่จะเริ่มหยุดตั้งแต่วันที่ 5

ดังนั้น ตามปฏิทินแล้วเนี่ย จะมีการเรียนการสอนในวันจันทร์และพุธ

ซึ่งก็แหงล่ะที่ต้องดิ้นรนหาทางได้หยุดติด ๆ กัน

ถ้าไม่ติดวันจันทร์กับวันพุธสองวันนี่ ก็ได้หยุดยาวทั้งสัปดาห์เลยนะนี่

สรุป เนื่องจากโรงเรียนสั่งหยุดวันที่ 4

สถาบันส่วนใหญ่จึงสับเปลี่ยนวันหยุด เพื่อให้ได้หยุดกันเต็มที่

ก็จะได้เริ่มหยุดตั้งแต่วันพุธ แล้วก็มาเรียนวันจันทร์วันอังคารกัน

ส่วนเด็กมัธยมย้ายเวลามาเรียนช่วงเช้าในวันอังคารและวันพุธ

คือ เด็กมัธยมต้องสอบในสัปดาห์ต่อไปไงคะ

ถ้าใครยังไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก็ให้มาติวกันต่อไป

ก็แปลว่า ถ้าเด็กในความรับผิดชอบมากันหลายคน

พะยูนน้อยก็ไม่ได้หยุดอ่ะ แง่ม ๆ

ส่วนคุณสามี ทำเรื่องขอหยุดเพิ่ม

ก็เลยจะได้หยุดตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป

สัปดาห์หน้าไม่ต้องไปทำงานเลยสักวัน .... ขอให้งานยุ่งจนไม่ได้หยุด

ฮ่า ๆ ๆ

ทำงานวันนี้สบาย ๆ หนุกหนานไปตามประสา

วันนี้ Bob กลับมาเรียนแล้ว

หลังจากโดนต่อยแล้วหยุดไปตั้งแต่วันศุกร์

คือตอนมีเรื่องพะยูนน้อยไม่เห็นเหตุการณ์ และไม่ได้เห็น Bob เลย

เห็นแต่เจ้า Tom กับแม่ในห้องวอนจังนิมอ่ะ

วันนี้เลยเพิ่งเห็นหน้าหลังจากเกิดเรื่องครั้งแรก

โห ..... แบบว่า หน้าเป็นรอยเขียว ๆ เป็นวง ๆ น่ากลัวเชียว

ปกติก็ตัวเล็กอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าหมัดเจ้า Tom จะหนัก

และไม่คิดว่าจะต่อยกันมาก จนทำให้เป็นรอยมากขนาดนี้ แย่จริง

เอรินเอามันฝรั่งมาให้ ไม่รู้ต้ม หรือ นึ่ง

ก็เอามาแจกให้เด็ก ๆ กินรองท้องยามดึก ^^

พะยูนน้อยก็ได้กินด้วยกันแหละ เพิ่งเคยกินแบบเต็ม ๆ ลูกครั้งแรกนะ

ไม่รู้เพราะหิวหรือว่าอะไร แต่รู้สึกว่าอร่อยดีอ่ะค่ะ กินง่ายดีด้วย

ไดอีสเข้าไม่ได้แบบนี้เลยทำให้จำความรู้สึกตอนไดอารี่หายไป

เมื่อปีที่แล้วขึ้นมาได้ทันทีเชียว

หวังว่าคงจะไม่มีอะไรแบบที่เคยผ่านมาอีกนะ ... เพี้ยง ๆ สาธุ ๆ

แว๊บไปดูที่บ้านสีส้มมาด้วย เพิ่งรู้ว่าเราก็ยังเป็นสมาชิกอยู่

แถมเป็นแบบ infinity อีกต่างหาก เหอ ๆ

แต่ชอบสีฟ้าอ่ะ อยากอยู่บ้านสีฟ้ามากกว่า

กลับมาใช้งานได้เร็ว ๆ นะ DiaryIS

Happy Monday *^^*

2006/Jul/31

อยากเขียนหนังสือไม๊ "

คุ้น ๆ ว่าพี่ลี่เคยเอ่ยปากถามแบบนี้ ตั้งแต่คราวที่ได้รู้จักกันใหม่ ๆ

ใจน่ะอยากเขียน เพราะเป็นคนชอบเขียน

สมัยเรียนมัธยม ช่วงนั้นหนังสือกลอนกำลังฮิต ไอ้เราเองก็ไม่ได้

เจ้าคารมคำหอกอะไร แต่ก็เขียนกลอนเก็บไว้ได้เป็นเล่ม ๆ

จำชื่อสำนักพิมพ์หนังสือประเภทกลอนที่ดัง ๆ สมัยนั้นได้แม่น

เพ้อเจ้อไปว่าจะเขียนเยอะ ๆ แล้วส่งงานไปบ้าง เผื่อจะได้ตีพิมพ์

แต่ก็ไม่เคยส่ง .... !

คุ้น ๆ ว่าตอบพี่ลี่ไปว่าอยากเขียน แล้วจะลองเขียนส่งให้พี่ลี่อ่านดู

แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้เขียนเป็นจริงเป็นจังสักที.... !!

เวลาผ่านไป ได้เห็นผลงานของของพี่ น้อง เพื่อนพ้องที่รู้จัก

ได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม สร้างความฝันของคนรักการเขียน

ให้สำเร็จไปหลายต่อหลายคน ก็ทำให้รู้สึกว่าเราน่าจะเขียนได้เป็น

เล่ม ๆ แบบเค้าบ้างนะ .... หลัง ๆ นี่ฝันเฟื่องเพ้อเจ้อไปถึงจะแปลหนัง

แปลหนังสือ แบ่งปันให้เพื่อนๆ ที่ไทยได้รับอรรถรสเดียวกันบ้าง

แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้เริ่มเขียนอยู่ดี ... !!

เมื่อเวลาผ่านไปเป็นปี

และแล้วโอกาสก็เดินวนมาเคาะประตูบ้านอีกครั้ง

พี่ลี่คนเดิม ส่งข้อความมาทักทาย ในความหมายเดิม

" อยากเขียนหนังสือไม๊ "

ทุกอย่างในความรู้สึกก็ยังคงเหมือนเดิม

ใจน่ะอยากเขียน อยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง

ถึงแม้จะไม่ได้เขียนเก่งอะไรมากมาย แต่ก็อยากเขียน

เพียงแต่วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น ตรงที่พะยูนน้อยไม่ใช่แค่คุยกับพี่ลี่

แล้วจบไป ... ไม่ใช่พบเจอความสำเร็จของใคร ๆ แล้วมานั่งนึกฝัน

แต่วันนี้พะยูนน้อยได้ลงมือเขียนแล้วจริง ๆ .... !!!

คนบางคนไร้ซึ่งโอกาส

ในขณะที่บางคนอาจมีโอกาสเดินผ่านมาเคาะประตูเสนอตัวบ่อยครั้ง

ผลมันจะต่างกันก็ขึ้นอยู่ที่ว่า

เราจะแค่เปิดประตูพูดคุยทักทายแล้วปล่อยให้โอกาสผ่านไป

หรือเราจะเปิดประตูรับโอกาสนั้นไว้กับตัว

.

.

และโอกาสที่พะยูนน้อยไม่ปล่อยให้ผ่านไป

ก็สำเร็จ เสร็จออกมา หน้าตา สีสันสดใส แบบนี้ ^^

คำโปรยบนหน้าปก คิดได้ตอนเดินช็อปปิ้งในสยาม

เมื่อวันที่นัดเจอเพื่อนพ้องน้องพี่ไดอีส ที่ตรอกข้าวสารไง

ขอบคุณพี่ลี่สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ทั้งโอกาส ที่หยิบยื่นให้

และทุกความเคลื่อนไหว ที่พี่สรรสร้าง จนมันเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้

พะยูนน้อยช่วยพี่ลี่ทำแบบปกหลังด้วยล่ะ ^^

พะยูนน้อยทำสำเร็จแล้ว

ได้ลงมือเขียน จนสำเร็จเป็นรูปเล่มแล้ว

แต่หนังสือ ไม่ได้เสร็จแค่คนเขียน และคนทำ

หากแต่หนังสือจะเป็นหนังสือครบพร้อม ก็เมื่อได้มีคนเปิดอ่าน

หวังว่าหนังสือเล่มนี้ จะมีโอกาสได้ผ่านมือ ผ่านตา เพื่อน ๆ บ้างนะคะ

อย่างที่บอกว่าไม่ได้เขียนเก่ง เขียนดีอะไร

แต่อยากเขียน อยากเล่า อยากแบ่งปัน

พะยูนน้อยทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ที่เหลือก็ฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ด้วยนะคะ ^^

2006/Jan/08

태풍 (แทพุ่ง) Typhoon = ไต้ฝุ่น

ได้ดูสักทีเรื่องนี้ที่อยากดู แต่กลับไม่สนุกอย่างที่คิดซะงั้น

พล็อตเรื่องดีค่ะ แต่การดำเนินเรื่องไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่

ซิน เป็นชาวเกาหลีเหนือค่ะ ครอบครัวของซินต้องการเข้ามาอยู่ที่

เกาหลีใต้ จึงทำเรื่องขอผ่านจีนเพื่อเข้าเกาหลีใต้ (เข้าตรง ๆ ไม่ได้ค่ะ)

รายละเอียดตรงนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจละเอียดเท่าไหร่ แต่ประมาณนี้ล่ะค่ะ

มีเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้คนนึงระงับเรื่องแล้วแจ้งกลับเกาหลีเหนือ

ซึ่งหมายถึงทุกคนต้องโดนส่งกลับ แถมยังจะกลายเป็นคนทรยศชาติ

ทุกคนลุกฮือสู้ จึงถูกยิงตายกันหมด เหลือแต่ซินกับพี่สาว ที่หนีรอด

เพราะอะไรตรงนี้ก้อจับรายละเอียดไม่ชัดเจนอ่ะค่ะ ว่าทำไม

แต่สุดท้าย ซิน ก้อถูกซื้อตัวไปอยู่ไทย ส่วนพี่สาว ไปที่รัสเซีย

ซิน ขโมยระเบิดส่งให้เสี่ยคนไทย(กลศ อัทธเสรี) จนมีเงินและมีพวก

เข้ามาที่พูซาน(เกาหลี) ฆ่าคนที่หักหลังตอนทำเรื่องเข้าเกาหลีใต้

ตั้งแต่สมัยเด็ก ทำให้ทางการยิ่งต้องจับซินให้ได้

ก่อนหน้านี้ก้อก่อการร้าย ปล้นระเบิด ปล้นนิวเคลียร์ ฆ่าเจ้าหน้าที่FBI เลยทำให้โดนหมายหัว โดนตามล่า อะนะคะ

ซินใช้เงินซื้อสารเคมีที่มีผลต่อยีนส์ร่างกายคน(ตายได้นั่นแหละ)

ากทางรัสเซีย เพื่อใช้ล้างแค้นชาวเกาหลีใต้

คือเค้าอยากเป็นคนเกาหลีใต้ แต่โดนกีดกันจนทำให้ชีวิตแย่พ่อแม่ตายพลัดพรากจากพี่ เลยเกิดความแค้น ข้าไม่ได้อยู่คนอื่นก้อไม่ต้องอยู่กันซะเถอะ อะไรประมาณนั้น

ซิน เดินเรือเข้ามากับไต้ฝุ่น เพื่อจะปล่อยบอลลูนสารเคมี แต่เหนือ

พระเอก ยังมีพระเอกกว่า ก้อได้เข้าไปขัดขวาง และหยุดการปล่อย

บอลลูนได้ ในขณะที่สหรัฐใช้เรือดำน้ำมาระเบิดเรือ

(งง ๆ หน่อย ตอนนี้ แต่ทำให้พระเอกกว่า มีบทบาทเป็นพระเอกเพื่อชาติไปเต็ม ๆ )

ซินเอาพี่สาวที่โดนยิงขึ้นเรือไปด้วย แต่แล้วซินก้อเป็นคน

ยิงพี่ตายซะเอง แถมตอนจบ ซินยังแทงตัวตายซะอีก ประมาณว่า

สุดท้ายก้อขอให้ได้ตายด้วยกันพี่น้อง แต่ซินไม่น่าใจร้อนเลยอ่ะ

แทงตัวตายก่อนจะกดปุ่มปล่อยสารเคมีอ่ะ เหอ ๆ

ดูแล้วอยากกลับบ้านค่ะ เห็นดอนเมืองแล้วอยากไปเหยียบ

เห็นตลาดน้ำแล้วอยากไปหม่ำอะไรอร่อย ๆ ตอนท้ายที่พวกเพื่อนซิน

เปิดเพลงปลุกใจกัน ใช้เพลง วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ด้วยอ่ะ ตลกดี

คิดว่าเข้าไทยแน่ ๆ ใครสนใจก้อลองไปดูกัน

แต่อย่าลืมเอาแว่นไป เรื่องนี้ซับไตเติ้ลตลอดแทบทั้งเรื่อง

มีทั้งภาษาไทย ภาษาเกาหลี ภาษารัสเซีย ภาษาจีน เหอ ๆ

แต่ขำที่สุด พระเอกของเราพูดสลับกันอ่ะ เหมือนคุณสามีพูดเลย

" บอกพวกโตโต้ด้วย จะKUไปแล้ว "

555