2006/Jan/08

เรื่องย่อ The Myth.....ดาบทะลุฟ้าฟัดทะลุเวลา....신화 (ชินฮวา)

เนื้อเรื่องเริ่มดำเนินไปด้วยความฝันของแจ๊ค(เฉินหลง)ที่ฝันเช่นเดิมบ่อยครั้ง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่นำให้เค้าได้ค้นพบเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อ

แจ๊คเป็นนักโบราณคดี ที่วางมือจากการสำรวจขุดค้น แต่แล้วเค้าก้อต้องกลับมาเดินเส้นทางแห่งการสำรวจอีกครั้ง เมื่อ วิลเลี่ยมเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ผู้มีความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นสู้ นักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของโลก เข้ามาชักชวนให้เค้าช่วยเหลือร่วมมือในการค้นคว้าทดลอง ซึ่งการผจญภัยได้เริ่มขึ้นที่ ประเทศอินเดีย ที่นั่นทำให้แจ๊คได้พบกับภาพวาดขององค์หญิงที่เค้ามักฝันถึงอยู่บ่อย ๆ พร้อมกับดาบโบราณแห่งราชวงค์ฉินของจีน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้วิลเลี่ยมได้พลอยวิเศษที่สามารถต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ แต่นั่นก้อเป็นสาเหตุให้ทั้งคู่ถูกตามล่า วิลเลี่ยมสามารถหนีรอดไปได้ แต่การที่ถูกทิ้งไว้คนเดียว ทำให้แจ๊คได้รับความช่วยเหลือจากสาวอินเดียแสนสวย นอกจากนั้น ยังทำให้เค้าได้ข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับอดีตชาติของเค้าอีกด้วย

ในอดีตชาติ แจ๊ค คือแม่ทัพเหม็งยี่ ผู้มีความกล้าหาญและจงรักภักดีต่อราชวงค์ฉิน เรื่องราวในความฝันของแจ๊คกระจ่างขึ้น องค์หญิงที่เค้าฝันเห็นบ่อย ๆ นั่นคือ อ๊กซู (คิมฮีซอน) ผู้ถูกส่งมาเป็นเครื่องราชบรรณการให้แก่จักรพรรดิ์จากโชซอน(เกาหลี) แจ๊คหรือเหม็งยี่ คุมกำลังทหารไปรับตัวอ๊กซูเข้าสู่ประเทศจีน แต่ ณ ที่นั้น ได้เกิดการต่อสู้ แย่งชิงตัว องค์หญิง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกกบฎอีกด้วย จากความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิตของเหม็งยี่ ทำให้องค์หญิงรักเหม็งยี่ สุดหัวใจ ยอมทนเป็นมเหสีของจักรพรรดิ์ต่อไป โดยมีเหม็งยี่เป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ของนาง

องค์จักรพรรดิ์ป่วยหนัก แต่พระโอรสของพระองค์คิดไม่ซื่อ หวังช่วงชิงอำนาจ จึงขัดขวางไม่ให้ เหม็งยี่ นำยาอายุวัฒนะมารักษาพระองค์ได้ ด้วยความจงรักภักดี เหม็งยี่สู้สุดใจขาด จนตัวตาย แต่ด้วยสัญญาที่ให้กันไว้ ทำให้องค์หญิง อ๊กซู เฝ้ารอการกลับมาของเหม็งยี่ อย่างยาวนาน นาน จน แจ๊คในภพปัจจุบันได้พบกับเธอ......

อ๊กซู และ ทหารผู้น้องของเหม็งยี่ผู้นำยาอายุวัฒนะกลับมาให้องค์จักรพรรดิ์แทนเหม็งยี่ถูกใช้ให้ดื่มยาเพื่อทดสอบยาพิษ ส่งผลให้ทั้งสองมีอายุยืนยาวจนถึง ณ ปัจจุบันกาล แต่เมื่ออ๊กซูรู้ความจริงว่า แจ๊ค ที่หน้าตาเหมือนแม่ทัพ เหม็งยี่ หาใช่เหม็งยี่อีกต่อไป จึงไม่ยอมออกจากถ้ำลับ ขอรอคอยเหม็งยี่อยู่อย่างนั้นต่อไป

โปสเตอร์แบบของไทยค่ะ

ไม่เข้าใจว่าทำไมหนังเฉินหลงต้อง ฟัด ๆ ทุกที

เล่าเรื่องข้ามตอนไปบ้าง เอาแต่เกี่ยวกับพระเอกนางเอกเน้น ๆ

หนังดีค่ะ พะยูนน้อยชอบ เพลงก้อเพราะ

มีโอกาสก้อลองหามาดูกันนะคะ

ลิงค์ฟังเพลง

http://pub.paran.com/masulpiri/The_Myth.wma

ลิงค์ดู MV

http://mediafile.paran.com/MEDIA_2123171/BLOG/200510/1128769680_Endless%20Love.wmv

2005/Sep/23

ใครเคยชิม ต็อกป็อกกี้ของเกาหลีบ้างคะ

เมนูคราวนี้ไม่ใช่ต็อก แต่ใช้เส้นรามยอน

หรือเส้นมาม่าเกาหลีแทนค่ะ

รสชาติคล้าย ๆ กัน แต่เปลี่ยนแค่ส่วนประกอบหลักแค่นั้น

ทำไม่ยาก (แต่ทำให้อร่อยยากค่ะ เหอ ๆ )

พะยูนน้อยใช้ส่วนประกอบทำแค่นี้

เส้นรามยอนเกาหลี(เพราะจะเหนียวกำลังดี)

แครอทให้ชิ้นบาง หอมใหญ่ซอย ต้นหอมต้นใหญ่สไลด์ยาว ๆ

แล้วก้อ พริกชี้ฟ้า เพิ่มรสเผ็ด

เครื่องปรุงมี

โคชูจัง 1 ชต.

คันจัง 1 ชต.

ชั่มคีรึม(น้ำมันงา) 1/2 ชต.

น้ำตาล 1/2-1 ชต.

พริกป่นเกาหลี 1-1 1/2 ชต.

น้ำผึ้ง 1 ชช. (ไม่ใส่ก้อได้)

กระเทียมสับ

น้ำเปล่าพอประมาณ

เอาเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันในชามแยกต่างหาก

บางคนก้อเอาลงไปในกะทะทีเดียวเลย แต่พะยูนน้อยไม่เชียวชาญ

เลยขอแยกแบบนี้ เพราะจะสามารถชิมรสได้ว่าเป็นยังไง

(วันนี้ทำลืมใส่พริกป่นอะค่ะ ถ้าใส่จะแดงกว่านี้)

ก่อนอื่นก้อต้อง ต้มเส้นรามยอน ไว้ก่อนเลย

อย่าต้มนานมาก เพราะเส้นจะเละ หรือ นิ่มเกินไป

อย่าลืมว่าเราต้องเอาไปผัดปรุงรสอีก เส้นนิ่มเกินไปไม่อร่อยค่ะ

สะเด็ดน้ำ ตั้งพักไว้

ตั้งกะทะ ผัดหอมใหญ่ กับ แครอท จนสุกพอประมาณ

เอาแครอทลงผัดก่อน ให้สุกนิ่มก่อน

ค่อยตามด้วยหอมใหญ่ก้อได้นะคะ

เพราะหอมใหญ่จะสุกนิ่มเร็วกว่าแครอท

แล้วก้อใส่น้ำเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงไป

ก่อนใส่ก้อคน ๆ นิดนึง เพราะโคชูจัง จะจับตัวเป็นก้อนง่ายค่ะ

มองเผิน ๆ นี่เหมือนทำซอสสปาเก็ตตี้เลยนะเนี่ย เหอๆ

ตอนนี้ก้อรอให้เดือด แต่ไม่ต้องมาก เอาแค่ปุด ๆ พอ

คือมันจะแห้งเร็วอะนะคะ

ชิมรสได้ค่ะ ตอนนี้ ปรุงเพิ่มได้ถ้ารสไม่ถูกปาก

ได้ที่แล้วก้อใส่เส้นรามยอนลงไปผัดให้เข้ากัน

ไม่ต้องผัดนานค่ะ เพราะเส้นจะเละ และน้ำจะแห้งเร็ว

แห้งมากไปก้อไม่อร่อยอ่ะค่ะ

แล้วก้อใส่ต้นหอม กับ พริกชี้ฟ้า ลงไป

คน ๆ ให้เข้ากัน สักพัก ก้อตักขึ้นได้แล้วค่ะ

หน้าตาแบบนี้ (ไม่น่ากินแฮะ)

คือวันนี้ลืมใส่พริกป่นอ่ะค่ะ มันเลยไม่แดงแบบที่เคยทำ

แล้วก้อน้ำซอสน้อยไป เลยแห้งไปนิด (แต่เส้นไม่แห้ง)

ป็อกกี้โดยปกติ น้ำจะเจิ่ง ๆ หน่อยค่ะ

แต่ถ้าราป็อกกี้ เอาแค่ขลุกขลิกก้อพอ เจิ่งมาก เลี่ยนค่ะ

ใครสนใจก้อลองทำดูนะคะ

รสชาติอาจจะแปร่ง ๆ ไปนิด

แต่นี่ล่ะค่ะ รสชาติอาหารเกาหลีล่ะ

2005/Sep/21

ข้าวผัดกิมจิ ทำไม่ยากค่ะ

หรือไม่ยากเฉพาะพะยูนน้อยก้อไม่รู้นะ

แต่คุณสามีก้อชอบทาน รีเควสให้ทำอยู่บ่อย ๆ

วันนี้ก้อทำอีกแล้ว เลยถ่ายรูปวิธีทำมาแนะนำกัน

หลัก ๆ เลยก้อต้องมีกิมจิ

อันนี้ต้องดูด้วยนะคะ ว่ากิมจิที่เรามีรสชาติหนักไปทางไหน

เพราะข้าวผัดรสชาติจะออกมาตามรสกิมจินำมากกว่ารสที่เราปรุง

พะยูนน้อยใช้น้ำบีบน้ำกิมจิออกแยกเอาไว้ด้วยอ่ะนะคะ

เพราะถ้าน้ำกิมจิเยอะเกินไป จะทำให้ข้าวแฉะ

อีกอย่างรสกิมจิก้อจะนำ ทำให้ปรุงรสยาก

ส่วนเครื่องปรุงอื่น ๆ ก้อง่าย ๆ ค่ะ

คันจัง1/2 ชต, น้ำตาล 1/2-1 ชต, กระเทียมสับ

แค่นี้เองอ่ะ ง่ายไปป่าวเนี่ย

เริ่มด้วย เอากระเทียมลงไปเจียวให้หอม

ขอบอกก่อนว่าสูตรนี้ พะยูนน้อยทำเองตามความเหมาะสมอะนะคะ

พอดีแม่ครัวไทย ติดเจียวกระเทียมอ่ะค่ะ เหอ ๆ

(มันก้อหอมกระเทียมดีนะ)

เอากิมจิลงไปผัดกับกระเทียมให้เข้ากัน

แล้วก้อเติมเครื่องปรุง คันจัง น้ำตาล ลงไป

ถ้าแห้ง ให้ใส่น้ำกิมจิที่บีบออก แต่ระวังอย่าใส่มากเพราะจะแฉะ

ผัดสักพักให้เข้ากัน ตอนนี้จะชิมรสได้

ว่ากิมจิที่ปรุงรสชาติเป็นอย่างไร

หวานไป เค็มไป หรืออ่อนรสตรงไหน ก้อเติมได้ตามชอบค่ะ

แล้วก้อใส่ข้าวลงไปผัดให้เข้ากัน

อาจจะมีน้ำแฉะนิด ๆ นะคะ (อย่าให้ถึงกับแห้งผากตอนเอาข้าวลง)

ผัดไปสักพัก น้ำจะระเหย เข้าเนื้อพอดีกับข้าว

ถ้าแห้งมาก ข้าวจะแข็ง หรือน้ำเยอะไปก้อจะแฉะติดข้าว

เสร็จแล้ว ตักใส่จานพร้อมเสริฟ

หน้าตาจืด ๆ ไปหน่อย

เพราะคุณสามีไม่ชอบให้ใส่เนื้ออะไรลงไป

แต่ถ้าชอบก้อจะใส่เนื้อหั่นสไลด์ลงไปด้วยก้อได้นะคะ

สำหรับคุณสามี ขอไข่ดาวโปะหน้านึงฟอง

แต่ถ้าไม่พอใจ ก้อจะรีเควสอีกหนึ่งฟองทีหลัง เหอๆ

จานนี้ทำไม่ยาก ใครชอบกินกิมจิ

ลองทำกินดูนะคะ รสชาติจะเปรี้ยวนำ เค็มนิด ๆ

อย่าลืมว่าถ้ากิมจิอร่อยก้อโอเคแล้ว

กิมจิรสชาติดีมาก ๆ ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลยก้อได้ค่ะ