2005/Sep/20

ฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วงเนี่ย

จะมีเต็นท์ขายอาหารเปิดกันเยอะเชียว

หนึ่งในอาหารที่นิยมกันก้อคือ กุ้งกูอี

(เคยเขียนลงที่บ้านเก่า เซฟไว้ แต่ไฟล์เจ๊งตามคอมเก่าไปแล้วอ่า)

ไปกินที่ร้านตกกิโลละประมาณ 3 หมื่นวอน แพงเอาการ

พอดีคุณแม่สามีซื้อกุ้งมาไว้ เลยเสนอทำให้คุณสามีทานซะเลย

.

.

มาดูกันว่าทำยังไง

เริ่มด้วยเอาฟลอยรองกะทะ พะยูนน้อยรองไป 2 ชั้น(เพื่อความเร็ว)

แล้วก้อใส่เกลือลงไปเกลี่ยให้ทั่ว จะเป็นเกลือทะเลเม็ดโต ๆ อ่ะค่ะ

ให้หนานิดนึง บางเกินไปจะไหม้ติดฟลอยเร็ว

หลังจากที่ตั้งไฟเกลือจนระอุสักพักแล้ว ก้อใส่น้องกุ้งลงไปให้ทั่วค่ะ

(อย่าใส่เร็วเกินไป เพราะเกลือจะยังร่วนอยู่ ทำให้ติดตัวกุ้ง

จะทำให้กุ้งติดรสเค็มมากเกินไปอ่ะค่ะ)

ตอนไปกินที่ร้าน น้องกุ้งจะยังเป็น ๆ ใส่ลงไปกระโดดโหย๋ง ๆ

ต้องรีบปิดฝากันแทบไม่ทัน แต่ทำเองที่บ้านใช้กุ้งซี้แล้ว

เลยไม่ต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจ เหอ ๆ

แต่ก้อขอปิดฝาซะหน่อย ก้อตอนกินที่ร้านเค้าปิดฝาด้วยนี่นา เหอๆ

พอปิดแล้วจะเห็นเลยว่าไอน้ำออกจากตัวกุ้งมาก

สักพักก้อต้องเปิดไล่ไอน้ำออก แบบว่าเร่งรัด ๆ ให้มันแห้งเร็ว ๆ

น้องกุ้งเริ่มเปลี่ยนสี คอยเกลี่ย ๆ กลับ ๆ ด้านบ้าง

ตอนนี้น้องเกลือที่นอนรองอยู่ด้านล่าง ก้อจะช่วยซับน้ำจากน้องกุ้ง

ช่วยให้น้องกุ้งแห้งเร็วขึ้น ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน (รึเหม็นควันหว่า!!)

ได้แล้ว น้องกุ้งสีสดใส เรียกร้องให้เอาไปหม่ำ ๆ ได้

ถ้ากินที่ร้านนี่จะแบบว่า จกออกมาจากกะทะ แล้วแกะกินเลย

มันก้อจะร้อน ๆ แต่ทำเองที่บ้านก้อคงต้องบ๊ายบายกะทะ อ่ะนะ

ใส่จานเอามากินหน้าทีวีจะสะดวกกว่า

ความจริงคือ คุณสามีไม่ยอมกระดิกตัวไปไหนเลยต่างหาก เหอๆ

ไหน ๆ เผาแล้วก้อขอต่ออีกหน่อยเหอะ

ทำให้เสร็จแล้วไม่พอ ยังต้องมานั่งแกะให้อีกอ่ะ

แต่ก้อยังดีนะที่หยิบกินเอง เหอะ

กินกับซอส โช่โคชูจัง หรือซอสที่ใช้จิ้มกับซีฟู๊ดสด ๆ นั่นเอง

เอ...เคยเห็นกันรึป่าวหว่า

พะยูนน้อยว่ารสชาติมันโอเคดีนะ คล้าย ๆ สุกี้นิด ๆ อ่ะค่ะ

แต่แบบว่าเข้มข้นกว่า ๆ

ส่วนน้องเกลือ ก้อจะแข็งแห้งติดกับฟลอย

ฟลอยก้อไม่ติดกะทะนะ ยกฟลอยออกจากกะทะ

เอาไปทิ้งทั้งดุ้นได้เลย ทำความสะอาดง่ายดีด้วยอ่ะค่ะ

คุณสามีว่า รสชาติไม่เหมือนที่กินที่ร้าน

เพราะกุ้งไม่สด (ต้องให้กระโดดโหย๋ง ๆ ในกะทะรึไงอ่ะ)

แต่ก้อกินได้ เอาไว้ซื้อมาทำอีก เพราะถูกกว่ากินที่ร้านเยอะเลย

ใครว่างก้อลองทำทานกันดูนะคะ

อาจจะมีควัน ๆ นิดนึง แต่ถ้าเป็นครัวที่ไทยคงไม่มีปัญหา

พอดีที่บ้านเป็นลักษณะห้องชุด ควันเลยอบอวล ๆ หน่อย

หรือลองหาซื้อซอสโช่โคชูจัง มาจิ้มอาหารทานดู

เผื่อจะติดใจรสชาตินะคะ ^^

2005/Sep/19

อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีไรทำ

ก้อคิดแต่เรื่องกิน ๆ ๆ

วันนี้กินข้าวจริง ๆ จัง ๆ กันไปแค่มื้อเดียวเอง

ออกไปล้างรถแบบ self service

วันนี้คนไปล้างกันเยอะเชียว

หารู้ไม่ว่าฝนจะตกอีก เหอ ๆ

(เคยเขียนเรื่องการล้างรถแบบ self service

ที่เกาหลีแล้วที่บ้านเก่า แต่เอาไว้จะเขียนอีกทีละกัน)

แล้วก้อไปซื้อของที่ล็อตเต้มาร์ทกัน

เมื่อวานก้อไปมาหนนึง แต่หน้าแตกกลับมา

เพราะต่างก้อลืมกันว่า ชูซ็อก ที่ไหน ๆ เค้าก้อปิดหมด

ทั้งมาร์ทใหญ่ ๆ หรือ ห้างใหญ่ ห้างเล็ก ปิดกันไปหมด

ซื้อของเสร็จก้อแวะกินโช่พับในนั้น จนอิ่มแปร้

กลับมาบ้านคุณสามีก้อยังไม่วายเรียกหาของกิน

ผลไม้ทั้งหลายแหล่ ที่คุณแม่สามีซื้อมาตุนไว้

ก้อได้กินกันเต็มที่วันนี้ล่ะ

ยังไม่พอ ผลไม้มันจะไปอยู่ท้องอะไร

ต้องอาหารคาวซิ ถึงจะดี

วันนี้เลยได้เดินเข้าครัว

ทำอะไรต่อมิอะไรให้คุณสามีกินทั้งวัน

เริ่มด้วยกุ้งกูอี ทำตามแบบที่เคยไปกินที่ร้านมา

ทำไม่ยาก แต่เกลือบ้านเราเค็มไปหน่อย เหอๆ

สักพักก้อเรียกหาข้าว

รีเควสข้าวผัดกิมจิ โปะไข่ดาว

ไมได้ทำมานานรสชาติเป็นไงไม่รู้

แต่กินหมดนี่ก้อเป็นอันใช่ได้ละนะ เหอๆ

ปิดท้ายรอบหัวค่ำ ด้วยราป็อกกี้

ทำเหมือนต็อกป็อกกี้ แต่ใช้เส้นรามยอนแทน

นี่ก้อไม่ได้ทำนานแล้ว เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักนึง

หน้าตาออกมาไม่เหมือนที่เคยทำเลยแฮะ

ที่สำคัญรสชาติก้อไม่เหมือนด้วย

มันไม่เผ็ดเหมือนที่เคยทำ คิดไปคิดมา ก้ออ๋อ

เพราะเราลืมใส่พริกป่นนี่เอง เหอๆ

เขียนวิธีทำเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เอาลงบลอก

เดี๊ยวเปิด catagory เพิ่มอีกอันดีกว่า

ใครสนใจอาหารลูกมั่วพะยูนน้อยก้อคลิ้กดูที่

Nangyoon -Kitchen ได้นะคะ

โฆษณาไว้ก่อน เหอ ๆ

พะยูนน้อย

2005/Sep/18

추석

ภาษาอังกฤษ มีทั้งเรียกทับศัพท์ว่า Chuseok

ถ้าแปลตามพจนานุกรมจะได้ว่า Harvest Moon Day

แต่โดยชื่อที่คนต่างชาติรู้จักก้อคือเป็นวัน

Thanksgiving Day ของชาวเกาหลีนั่นเอง

สำหรับเราคนไทย เรียกง่าย ๆ ว่า เทศกาลชูซ็อก ค่ะ

.

.

ชูซ็อก จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (วันจันทร์เต็มดวง)

โดยนับตามปฏิทินดวงจันทร์ ในแต่ละปีวันจึงไม่ตรงกัน

สำหรับปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายนค่ะ

วันก่อน และ หลัง วันชูซ็อกนั้น ก้อจะมีการจัดทำพิธีต่าง ๆ เช่นกัน

รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ทุกปีก้อจะนับรวมวันหยุดเป็น 3 วัน

(มากกว่านั้น ตามแต่หน่วยงานจะกำหนด แต่ส่วนใหญ่ไม่น้อยกว่านี้)

ในสมัยก่อน ฤดูการเก็บเกี่ยวของชาวเกาหลีจะเสร็จสิ้นเอาช่วงนี้

ทำให้วันชูซ็อก เป็นวันที่ครอบครัวจะมาพบพร้อมหน้าพร้อมตากัน

เฉลิมฉลองให้กับผลการเก็บเกี่ยวในปีนั้น มีการทำพิธี

ไหว้พระจันทร์เป็นการขอบคุณและขอพรให้ได้ผลดีสำหรับปีถัดไป

นอกจากนี้ บางครอบครัวก้อถือเป็นวันไหว้บรรพบุรุษด้วย

{สำหรับการไหว้บรรพบุรุษนั้น มีทั้งทำพิธีไหว้ที่บ้าน หรือไหว้ที่สุสาน

ซึ่งจะใช้คำเรียกไม่เหมือนกัน รวมไปถึง การไหว้ในวันเทศกาลแบบนี้

กับวันครบรอบวันตาย ก้อเรียกแตกต่างกันด้วยค่ะ}

**รูปการจัดโต๊ะพิธีไหว้บรรพบุรุษ แบบครบสูตร **

บรรดาสาว ๆ เหล่าสะใภ้ทั้งหลายก้อปาดเหงื่อกันงานนี้ล่ะค่ะ

เพราะต้องจัดเตรียมอาหารมากมาย (ในกรณีที่ญาติพี่น้องเยอะ)

แต่สำหรับพะยูนน้อยไม่ต้องยุ่งยากทำอะไร

เพราะศาสนาที่คุณแม่สามีนับถือ ห้ามไม่ให้จัดพิธีการใด ๆ

มีบ้างที่แค่มาเยี่ยมเยียนและกินข้าวด้วยกัน

อาหารที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้

แต่เอ...จะเรียกให้ถูกคงต้องเป็น ขนม มากกว่า

เพราะคือต็อก หรือ Rice Cake ขนมประจำชาติของเกาหลีเค้า

(ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวปั้นใส่ไส้ เช่น ถั่ว น้ำตาล เป็นต้น)

นี่คือ 송편 โซงพยอน ที่ว่าล่ะค่ะ

จริง ๆ แล้วจะปั้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวค่ะ แต่สมัยนี้ปั้นกลม ๆ ก้อมี

สมัยก่อนเค้าว่ากันว่าผู้หญิงที่ปั้นโซงพยอนได้เป็นพระจันทร์เสี้ยว

ได้รูปสวยงาม จะได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี

แต่สมัยนี้เค้าก้อมาเฉลยละค่ะว่าที่ผู้ใหญ่บอกแบบนั้น

ก้อเพื่อให้สาว ๆ ทั้งหลายตั้งใจปั้น โซงพยอน ดี ๆ นั่นเอง

อิอิ

นอกจากนั้นก้อยังมีอาหารอื่น ๆ อีกเยอะแยะ

ที่จะเห็นบนโต๊ะในเทศกาลนี้

ง่าย ๆ แต่ไม่ง่ายคือพวกอาหารชุบไข่ทั้งหลายอ่ะค่ะ

มีตั้งแต่หมูบด, เห็ด, ปลาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ, ผักต่าง ๆ เสียบไม้รวมกัน ฯลฯ

ที่ว่าไม่ง่าย เพราะต้องค่อย ๆ ชุบทีละชิ้น ให้ไข่ติด ทอดออกมาสีสวย

ส่วนพวกผักเครื่องเคียงทั้งหลาย ทำไม่ยาก

(แต่อร่อยรึป่าวคนละเรื่องนะคะ หุหุ)

อีกอย่างที่เอามาฝากกัน

ก้อคือการทำความเคารพ สำหรับในพิธีการต่าง ๆ ของเกาหลี

ถ้าเป็นที่ไทยก้อคงคลานเข้าไปงาม ๆ ก้มลงกราบที่ตักหรือที่เท้าผู้ใหญ่

สำหรับเกาหลี เรียกว่า ชอร ค่ะ

ผู้ชายจะง่ายกว่าผู้หญิงหน่อยนึง

ต่างกันนิดหน่อยตรงภาพที่ 3 สำหรับผู้ชายจะคุกเข่าแล้วก้มลงไป

เหมือนกราบค่ะ แต่มือจะประสานกันเหมือนภาพที่ 2

เสร็จแล้วก้อลุกยืดตัวตรงขึ้นมา (ว่าง่ายแต่ก้อยากนะคะ มันจะล้ม)

สำหรับผู้หญิงยากกว่าหน่อยค่ะ

ตรงภาพที่ 3 ผู้หญิงจะสังเกตุว่าชายกระโปรงจะกว้าง ๆ

เพราะไม่ใช่นั่งคุกเข่าเหมือนผู้ชาย แต่เป็นนั่งลงไปในลักษณะขัดสมาธิ

นั่งลงไปจนสุด แล้วก้อยืดตัวกลับขึ้นมา (มันจะทรงตัวไม่ค่อยอยู่อ่ะค่ะ)

.

ใครสนใจ หรือใครที่มีหวานใจเป็นคนเกาหลี

ก้อลองซ้อม ๆ วิธีทำความเคารพแบบเกาหลีไว้นะคะ

รับรองต้องได้ใช้แน่ ๆ อิอิ

추석 잘 보내세요

ชูซ็อก ชัร โพ แน เซ โย